บทที่ 9 ไม่ปล่อยไปง่ายๆ

  EP09.ไม่ปล่อยไปง่ายๆ

  11 โมงเช้า 

  มาร์ตินงัวเงียตื่นขึ้นมาสายโด่ง วันนี้เขาไม่ได้ตั้งใจนาฬิกาปลุกเพราะมันคือวันหยุด ร่างสูงค่อยๆผรับโฟกัสสายตา เขาค้นพบว่าตัวเองนอนหลับไปพร้อมกับถือโทรศัพท์เอาไว้ในมือ

  ชายหนุ่มรีบกระชากสมาร์ทโฟนเครื่องหรูมากดดู แต่ควาหวังของเขาก็ต้องพังทลายลงแปรเปลี่ยนเป็นความหัวร้อนแทน จนป่านนี้ลิษายังไม่คิดจะกดอ่านข้อความของเขาเลย

  “หึ~จงใจไม่ตอบสินะ” 

  ดวงตาคมกริบฉายแววคุกครุ่นเป็นอย่างมาก เวลาอยากปลดปล่อยกับใครสักคนแล้วไม่ได้ทำ มันโคตรจะหงุดหงิด ยิ่งเธอเมินเขาแบบนี้เขาก็ยิ่งทวีความความหื่นกระหายมากขึ้น เวลาเจอคนที่ได่มายากๆมันก็รู้สึกท้าทายดีเหมือนกัน 

  นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ไม่นาน ร่างสูงก็ตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำ ก่อนจะเลือกสวมชุดลำลองแบบสบายๆ ไม่จำเป็นต้องใส่สูทเต็มยศเพราะเขาไม่ได้ทำงานในวันนี้

  ในระหว่างที่คนตัวสูงกำลังจะลงไปทำบางอย่างที่ห้องอาหาร เขาก็ได้พบเข้ากับเลขาของตัวเองที่เดินถือไอแพดไปทั่วโรงแรมเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว 

  “ให้ผมสั่งข้าวให้ไหมครับ” เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของปกรณ์เขาจึงเอ่ยถาม 

  “ไม่ต้อง ฉันจะลงไปเอง” 

  “ช่วงนี้ไปบ่อยนะครับ ติดใจอะไรที่นั่นเหรอ” ปกรณ์กนะจุกยิ้มถาม ถึงแม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจก็ตาม

  “ยังจะถาม” ตอบกลับเพียงเท่านั้นมาร์ตินก็สาวเท้าเดินไปทางห้องอาหารทันที 

  “หึ อาการหนัก” ปกรณ์ส่ายหัวใจเจ้านายหนุ่มดูท่าเมื่อคืนแผนคงไม่สำเร็จสินะ ถึงได้ดูอารมณ์ขุ่นมัวแต่หัววัน 

  @ห้องอาหาร 

  12.00 น.

  “สวัสดีค่ะคุณมาร์ติน วันนี้มาทานข้าวที่นี่อีกแล้วเหรอคะ” ไผ่หลิวรีบเดินมาต้อนรับบุคคลสำคัญของเกาะอันดาราทันที ถึงจะตงิดใจว่าทำไมช่วงนี้มาร์ตินถึงลงมาข้างล่างด้วยตัวเองบ่อยๆแต่ก็ไม่กล้าถาม 

  “อืม ผมมาหาเพื่อนทานข้าว” 

  “คะ หาเพื่อนทานข้าวเหรอคะ” ไผ่หลิวงุนงงไม่น้อยกับคำบอกกล่าวของอีกคน 

  ร่างสูงรีบล็อคเป้าหมาย เขามองเห็นลิษากำลังยืนพูดคุยกับแขกอย่างสนิทสนม ซึ่งรอยยิ้มของเธอทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้เป็นอย่างมาก เพราะเธอไม่เคยยิ้มแบบนั้นส่งมาให้เขาเลยสักครั้ง

  “ครับ คุณไผ่คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม ถ้าผมอยากจะเลือกพนักงานมานั่งกินข้าวกับผมสักคน” 

  ไผ่หลิวมีสีหน้าเลิ่กลั่กขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ทำงานอยู่ที่นี่มาเป็นปีเธอไม่เคยเห็นมาร์ตินทำตัวแปลกเท่าวันนี้มาก่อนเลย แต่ด้วยความที่เขาเป็นเจ้านาย อยากทำอะไรก็คงต้องให้ทำไป ใครจะไปกล้าปฎิเสธเจ้าของเกาะแห่งนี้กัน 

  “เอ่อ ค่ะ วันนี้ช่วงเที่ยงลูกค้าไม่เยอะ คุณมาร์ตินอยากทำอะไรทำได้หมดเลยค่ะ”

  “ขอบคุณครับ” ร่างสูงส่งยิ้มหวานละมุนไปให้ผู้จัดการห้องอาการก่อนจะล็อคเป้าหมายแล้วเดินไปหยุดอยู่หน้าคนที่กำลังจะเดินหนีเขาไปในครัวในที 

  “ไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉัน”

  “……” ร่างบางก่นด่าตัวเองในใจที่ไม่สามารถเดินหนีอีกคนไปได้ทัน 

  ลิษาค่อยๆหันหน้ามาสบตากับผู้ชายที่เพิ่งพรากพรหมจรรย์เธอไปหมาดๆด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ทุกคนจะได้ไม่ต้องสงสัย แต่เขาเอ่ยปากชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันมันแปลกมากพอแล้ว 

  “คือ….ลิษาทานข้าวแล้วค่ะคุณมาร์ติน” ภายใต้แววตาเรียบนิ่งของเธอ จะมีคนรู้ไหมว่ามันกำลังเจ้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง 

  เขาต้องเดาออกแน่เลยว่าเธอจงใจไม่ตอบข้อความ….

  “แล้วยังไง กินอีกก็ได้” 

  “แต่….”

  “ถ้าลิษาไม่ว่างให้ฟ้าใสไปทานเป็นเพื่อนมั้ยคะ” จู่ๆฟ้าใสที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้เอ่ยขึ้น เธอถือวิสาสะเข้าร่วมวงสนทนาเพราะอยากให้มาร์ตินสนใจตนบ้าง 

  ร่างสูงปรายตามองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ด้วยใบหน้าที่ไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ได้ ก่อนที่เขาจะหันกลับมาจ้องเธอตามเดิม 

  “มาเร็วลิษา อย่าให้ฉันรอนาน” สิ้นเสียงประกาศิต ชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินไปยังโต๊ะประจำที่เขาชอบนั่งทันที 

  ลิษาได้แต่มองหน้าไผ่หลิวเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไผ่หลิวเองก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกเสียจากพนักหน้าเบาๆเพื่อบอกเธอว่าควรทำตามคำสั่งของเขาซะ 

  ร่างบางค่อยๆเดินตามเจ้าของเกาะแห่งนี้ไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา ท่ามกลางสายตาของพนักงานทุกคนที่กำลังตกอยู่ในความสงสัยไม่แพ้กัน  

  ภายในโต๊ะ

  “จะกินอะไร” เขาถามเธอในขณะที่สายตากำลังเลื่อนดูเมนูอาหาร 

  “ไม่กินค่ะ ลิษาอิ่มแล้ว” 

  “คุณไผ่ ผมขอสั่งอาหาร” มาร์ตินเลือกที่จะเมินคำตอบของหญิงสาวฝั่งตรงข้ามแล้วหันไปเรียกไผ่หลิวแทน 

  “ค่ะคุณมาร์ติน” ไผ่หลิวรีบเดินเข้ามารับออเดอร์อย่างไว 

  ลิษาเมื่อเห็นดังน้้นก็ได้แต่ทำสีหน้าเรียบนิ่งหันหน้าออกไปมองวิวทะเลนอกกระจกใสแทน เธอกำลังอึดอัดใจที่เขาตามตื๊อเธอไม่หยุด บางครั้งเธอก็แอบสงสัยว่าเขาติดใจอะไรในตัวเธอนักหนา! 

  “ผมเอาไข่เจียวปู ปูผัดผงกระหรี่ ต้มยำทะเลน้ำใส แล้วก็ข้าวเปล่าสองจาน”

  “ค่ะ รับน้ำเปล่าเหมือนเดิมนะคะ” 

  “ครับ” 

  ดวงตากลมโตหันไปมองเขาด้วยสีหน้าบูดบึ้งเมื่อได้ยินเขาสั่งข้าวมาสองจาน นั่นหมายความว่าเขากำลังบังคับให้เธอกินข้าวกับเขาโดยไม่สนว่าเธอจะหิวหรือไม่หิว ลับหลังไผ่หลิวไปแล้ว ทั้งสองคนก็หันมาสบตากันนิ่ง จนกระทั่งหญิงสาวเป็นฝ่ายทนไม่ไหวจำต้องเอ่ยขึ้นมาก่อน 

  “คุณมาร์ตินทำแบบนี้ทำไมคะ”

  “เธอไม่ตอบแชทฉัน”

  “ก็ลิษาไม่เห็น” 

  “เธอโกหก” 

  “ก็คุณมาร์ตินผิดนัดเองนี่คะ ทำไมลิษาต้องไปด้วย ตอนนั้นลิษานอนหลับแล้วค่ะ” 

  เธออธิบายออกไปให้เขาเข้าใจ จะได้เลิกกลั่นแกล้งกันเสียที คนตัวสูงเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยๆเมื่อวานเธอก็มาหาเขาตามที่นัดเอาไว้จริงๆ 

  “เอาเป็นว่าฉันขอโทษก็แล้วกันที่ผิดนัด” มาร์ตินยกแขนขึ้นมากอดอก เอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าหล่อคมคายเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ทำเอาหญิงสาวงุนงงอยู่พักใหญ่

  เขาเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?

  “ค่ะ งั้นก็หมายความว่าคุณมาร์ตินจะเลิกทำแบบนั้นกับลิษาแล้วใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยถามออกไปอย่างมีความหวัง หากเขายอมเลิกยุ่งกับเธอ เธอจะรู้สึกขอบคุณเขามากจริงๆ

  “คำพูดของฉันมันทำให้เธอเข้าใจไปแบบนั้นเหรอ?” เขายกยิ้มถามอยากกวนอารมณ์ทำเอาลิษาเริ่มรู้สึกหัวเสียขึ้นมากับการเล่นลิ้นของเขา

  “คะ?” 

  “ขอโทษทีนะลิษา ยิ่งเธอทำตัวยากฉันยิ่งอยากได้” 

  ใบหน้าสวยบัดนี้กำลังแดงก่ำด้วยฤทธิ์โทสะ คำตอบของเขาทำเอาเธอโกรธจัด เพราะไม่ว่าเธอจะพยายามหนีแค่ไหน ดูเหมือนเขาก็ยังคงวิ่งตาม แถมที่สำคัญเธอไม่อาจจะสู้กับเขาได้ หากเขายกเรื่องฝึกงานมาบีบบังคับเธอ 

  “ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะคะ” เสียงของพนักงานคนอื่นดังขึ้นราวกับเป็นเสียงของระฆังช่วยชีวิต เพื่อให้ทั้งคู่สงบศึกเอาไว้แค่นั้นก่อน 

  “กิน!” เขาตักกับข้าวใส่จานให้เธอ เมื่อเห็นว่าหญิงงสาวพยายามต่อต้านเขาโดยการเมินเฉยต่ออาหารแล้วเบือนสายตาออกไปด้านนอก 

  “ไม่ค่ะ” 

  ครืด….

  เธอเลื่อนจานข้าวออกไปให้ไกลตัว จ้องหน้าเขากลับอย่างไม่ลดละ หากเขาอยากได้เธอมากนักละก็….ลองเจอธาตุแท้ของเธอดูหน่อยเป็นไง เขาอาจจะเปลี่ยนใจทีหลังก็ได้นะ 

  “คุณไผ่ผมมีเรื่องจะบอก” ถึงแม้จะเริ่มหงุดหงิดที่ลิษายังคงดื้อดึง แต่มาร์ตินก็เลือกที่จะแสยะยิ้มออกมา เขาขู่เธอโดยการหันไปเรียกผู้จัดการอย่างไผ่หลิวให้เธอเข้ามาหา หวังจะบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอให้คนอื่นได้ล่วงรู้ 

  “คะคุณมาร์ตินอยากได้อะไรเพิ่มเติมเหรอคะ” 

  “คุณมาร์ตินเขาอยากได้ต้มยำกุ้งที่เผ็ดกว่านี้น่ะค่ะพี่ไผ่ รบกวนเติมพริกให้สักสิบเม็ดหน่อยนะคะ” ลิษาไม่ยอมให้เขาได้ขู่เธออยู่คนเดียว 

  ไหนๆเขาก็ดูจะชอบเธอนัก เธอก็จะแสดงตัวตนที่แท้จริงให้เห็นไปซะเลย ตัวตนที่ว่า….คนอย่างลิษาไม่เคยยอมใคร เธอน่ะแสบมากกว่าที่เขาคิด อยากบังคับกันนัก ก็มาลองดูสักตั้ง! 

  ไผ่หลิวรับชามต้มยำกุ้งจากมือเล็กไปอย่างรวดเร็ว ถึงจะรู้สึกมึนงงกับอาการแปลกๆของทั้งสองคนอยู่บ้างแต่ก็เลือแกที่จะเก็ยความสงสัยเอาไว้ในใจก่อน 

  “เธอคิดจะทำอะไรของเธอ!” สีหน้าของมาร์ตินตอนนี้กำลังดูยุ่งเหยิงสุดๆ

  เขาจิตนาการเอาไว้ว่าอีกคนจะต้องกลัวและยอมทำตามในสิ่งที่เขาต้องการอย่างง่ายๆ แต่มันกลับตรงกันข้าม ดูเหมือนลิษาจะต่างออกไปจากผู้หญิงคนอื่นมากๆ เธอดูเป็นผู้หญิงที่ดื้อด้าน แถมร้ายกาจมากกว่าที่เขาคิด

  เขาเดาไม่ออกเลยจริงๆว่าเธอจะมาไม้ไหน!

  “อยากได้ลิษามากไม่ใช่เหรอคะ งั้นคุณก็รอพบกับความบันเทิงได้เลย เพราะลิษา….ไม่เคยยอมใครง่ายๆหรอกนะคะคุณมาร์ติน” เธอแสยะยิ้มเย็นยะเยือกส่งกลับคืนไป 

  นี่มันแค่เริ่มต้นนะคะคุณมาร์ติน….เธออุส่าห์ใจดีขอให้ลืมเรื่องราวคืนนั้นไปแบบดีๆ แต่เขาไม่ยอมเอง คอยดูเถอะ! แม่จะแกล้งให้ไม่กล้าเข้าใกล้อีกเลย! 

  ไอ้คนหื่นกาม!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป